แก้วมหาสักรชาติรัศมีใน

"แก้วลูกใด มีอันขาวก็ดี แดงก็ดี หรือเขียวรัศมีใน แก้วลูกนั้นชื่อว่า มหาสักรชาติ ไม่ควรคนโยธาสามาญทรง ควรแก่ท้าวพระยาผู้ใหญ่ ให้สระสรงน้ำส้มป่อยและน้ำส้มมะนาว ชำระด้วยฝ้ายขาว 7 เส้น ข้าวเปลือก ข้าวสาร เบี้ยเงินคำ บูชาด้วยฝ้ายมนต์"

"รัศมีใน" หมายถึงประกายอันระยิบระยับปรากฏอยู่ในแก้ว ซึ่งไม่อาจจะพบในแก้วอัญมณีชนิดอื่นใดได้ นอกจากแก้วผลิกกะชาติ เช่นที่บ่อแก้วโป่งข่ามนี้

อันขาวหรือใส คือวรรณะชาติดั้งเดิมของโป่งข่าม อันแดง อันเขียว คือปวกแดง ปวกเขียว ย่อมมีอยู่ในแก้วโป่งข่ามได้ รัศมีในย่อมเกิดขึ้นได้สามสถาน โดยลำดับคุณค่าแก้วรัศมีในดังนี้

  • รัศมีในโดยประกายแก้วเข้าแก้วหมู่ หรือเง่าแก้วอันงดงาม รัศมีอันมีประกายรุ้ง 7 สี ทั้งประกายอันระยิบระยับ ทอแสงอยู่ในแก้ว จัดเป็นสิ่งมีค่าหาได้ยาก

    "รัศมีใน" ในแก้วโป่งข่ามประเภทนี้ นับเป็นรัศมีในอันมีค่าสูงสุดของบ่อแก้วโป่งข่าม

  • รัศมีในอันเกิดจากไรแก้ว อันประดิษฐ์อยู่ตามกาบกิ่ง และใบปวกต่าง ๆ เป็นสิ่งที่มีค่าและหาได้ยากไม่น้อย

    โดยเฉพาะไรแก้วที่ประดับดังกล่าว เสมือนหนึ่งน้ำค้าง หรือน้ำทิพย์ที่ชะโลมใบมณีพฤกษ์ สายลมเฉื่อยแผ่ว แล้วความเย็นถึงจุดน้ำแข็งก็เข้าแทนที่โดยฉับพลัน เหมือนน้ำค้างปลายกิ่งกัลปพฤกษ์ กลายเป็นน้ำแข็งในท่าสบัดนิ่งอยู่

    รัศมีในแบบนี้ ไม่สามารถที่จะพบได้ในก้อนเพชร ก้อนพลอย นอกจากในแก้วโป่งข่ามเท่านั้น

  • รัศมีในโดยประกายแก้ว ที่ปรากฏลวดลายขึ้นโดยธรรมชาติ

    ลักษณะดังกล่าวนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "รุ้งเจ็ดสี" ด้วยตำแหน่งลวดลายอันสลักเสลาขึ้นโดยธรรมชาติ เป็นความงามเหนือน้ำมือมนุษย์อันธรรมชาติสร้างให้ เป็นสิ่งที่คนไม่อาจทำได้

     

    คุณค่าความสวยงามและความหมาย ย่อมขึ้นอยู่กับปรากฏการณ์นั้นได้สลักไว้ประณีตเพียงใด

    ที่มา:   คู่มือแก้วโป่งข่าม ฉบับวชิรเป๊กสูตร โดย ศักดิ์ รัตนชัย (พ.ศ. 2513)